4 ทรงผมจากละคร บุพเพสันนิวาส
วันนี้เราเอาแฟชั่นทรงผมจากละคร "บุพเพสันนิวาส" มาให้ทุกคนได้รู้กันว่าแต่ละทรงผมนั้นชื่อว่าอะไร แล้วทำไมยุคนั้นถึงต้องทำทรงผมแบบนั้น ซึ่งหากเราดูจากละครก็ดูแปลกตาและน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละทรงมีความหมายและเป็นการแบ่งชนชั้นอีกด้วย เอาล่ะเรามาดูกันดีกว่าว่าทรงผมแบบไหนที่โดนใจคุรสาวๆ และอย่างจะทำตามกันบ้าง มาดูกันเลย
4 ทรงผมจากละคร บุพเพสันนิวาส
ทรงผมปีก เป็นทรงผมในช่วงรัชกาลที่ 4 ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เริ่งมีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกาย ทรงนี้สามารถดัดแปลงให้แตกต่างได้หลายแบบตามใจชอบอีกด้วย จุดเด่นของทรงนี้คือการไว้จอนยาว 2 ข้างหูเพื่อหวยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเช่น ดอกจำปา เป็นต้น เป็นทรงที่ได้รับความนิยมในหมู่คนชนชั้นสูง
ทรงมหาดไทย เป็นทรงผมที่ผู้หญิงยุคสมัยอยุธยาชอบตัดกันเพราะเป็นทรงที่คล่องตัว เพราะช่วงยุคนั้นมีศึกสงครามบ่อย หากผู้หญิงที่ได้ทำผมทรงนี้ก็เป็นการพรางตัวเมื่อมีข้าศึกจะได้ไม่รู้ว่าเราเป็นผู้หญิงจริงๆแล้วด้านหลังจะตัดสั้น เหมือนผู้ชายก็ตัดเช่นกัน แต่หลังจากนั้นสงครามได้สงบลงก็ได้มีการไว้ผมด้านหลังยาวๆได้
ทรงโซงโขดง (อ่านว่า โซง-ขะ-โดง) เป็๋นทรงที่ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยาตอนต้น เป็นทรงผมในช่วงบ้านเมืองสงบจากสงคราม ผู้หญิงไทยในยถคสมัยนั้นโดยเฉพาะชนชั้นสูงนิยมทำกกัน คือการเกล้าผมมวยบนกระหม่อมจากนั้นก็รัดเกล้าเป็นห่วงยาวๆ เป็นทรงผมที่สวยสง่าเป็นอย่ามาก โดยสามารถแบ่งชนชั้นได้จากที่รัดเกล้านั้นเองค่ะ หากเป็นลูกหลานบ่าวไพร่ก็จะไม่มีที่รัดเกล้า แต่หากเป็นลูกผู้ดี ชนชั้นสุงที่รัดเกล้าจะเป้นทอง
ทรงดอกกระทุ่ม เป็นทรงผมสั้นความยาวน้อยท้ายทอยจะสั้น ด้านหน้าหวีเสยและจะไม่รัดหรือตกแต่ง ตามกฎมณเฑียรบาลในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น ผมทรงดอกกระทุ่มมีการสันนิษฐานว่ามีการพัฒนาจากทรงผมปีก เป็นทรงผมที่บ่าวไพร่ทำกัน เพราะสมัยนั้นทรงผมนี้ส่วนใหญ่เป็นทรงบ่าวไพร่ เพราะต้องค่อยดูแลนายท่านที่เรือนทรงผมเหล่านี้จะทำให้เดินคล่องเหมาะกับบ่าวไพร่




